พื้นที่ที่เราแก้ไขไฟล์โค้ดจริงบนเครื่อง
พื้นที่เตรียมไฟล์เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง
ที่จัดเก็บประวัติการ commit ทั้งหมดของโปรเจกต์
สร้าง repository ใหม่ในโฟลเดอร์ปัจจุบัน
เพิ่มไฟล์เข้าไปใน Staging Area เพื่อเตรียม commit
บันทึกการเปลี่ยนแปลงลงใน repository พร้อมข้อความอธิบาย
ตรวจสอบสถานะไฟล์ต่าง ๆ ในโปรเจกต์ (modified, staged ฯลฯ)
ดูประวัติการ commit ทั้งหมดของโปรเจกต์
คัดลอก repository จาก GitHub มายังเครื่องของเรา
ลดปัญหาโค้ดชนกัน ช่วยให้ทีมทำงานพร้อมกันได้
เหมาะสำหรับงานทดลอง ฟีเจอร์ใหม่ หรือแก้บั๊ก
ใช้การ merge เพื่อรวมงานเข้ากับ main branch
เรียนรู้การแก้ conflict เมื่อมีการแก้ไฟล์เดียวกัน
ช่วยให้ทีมเข้าถึงโปรเจกต์ได้จากทุกที่และร่วมพัฒนาได้ทันที
อัปโหลด commit จากเครื่องของเราขึ้น GitHub
ดึงการเปลี่ยนแปลงล่าสุดจาก GitHub ลงมาในเครื่อง
คัดลอกโปรเจกต์ที่อยู่บน GitHub มายังเครื่องของเรา
เช่น A แก้บรรทัดที่ 10 และ B ก็แก้บรรทัดเดียวกัน
จึงแจ้ง conflict และหยุด merge ไว้ก่อน
เลือกโค้ดของเรา, ของเพื่อน หรือผสมกันจากทั้งสองด้าน
<<<<<<< HEAD
(โค้ดของเรา)
=======
(โค้ดอีกฝั่ง)
>>>>>>> branch-name
คัดลอกโปรเจกต์ของผู้อื่นมาที่บัญชีของเรา เพื่อแก้ไขโดยไม่กระทบของต้นฉบับ
ดาวน์โหลด repo ที่ fork มาเพื่อลงมือพัฒนา
บันทึกการเปลี่ยนแปลง พร้อมข้อความอธิบายแบบชัดเจน
เสนอให้เจ้าของ repo ต้นฉบับตรวจสอบการแก้ไข และรวมโค้ดของเรากลับเข้าโปรเจกต์หลัก
เข้าใจว่าทำไม Git คือเครื่องมือสำคัญของนักพัฒนา
Working Directory → Staging → Commit → Push
init • add • commit • status • log • clone
สร้างฟีเจอร์อย่างอิสระ รวมโค้ดได้อย่างถูกต้อง
push • pull • sync โปรเจกต์กับทีมได้แบบออนไลน์
Fork → Commit → Pull Request → Review → Merge