ช่วงที่ 1: การตั้งค่า Workspace และเชื่อมต่อ GitHub (30 นาที)
เรากำลังจะสร้างเว็บไซต์ที่รับคำสั่งซื้อสินค้า โดยมีโครงสร้างแบบ Fullstack [2, 3]
ใช้จัดการข้อมูลมือถือ สต็อกสินค้า และบันทึกคำสั่งซื้อของลูกค้าลงฐานข้อมูล
ใช้แสดงรายการมือถือที่สวยงาม และสร้างฟอร์มให้ลูกค้ากรอกข้อมูลการสั่งซื้อ
นี่คือ "บ้านดิจิทัล" ที่ AI จะนำโค้ดที่สร้างเสร็จแล้วมาเก็บไว้ที่นี่ [4]
เข้าหน้าเว็บ github.com แล้วกดปุ่ม "New"
ชื่อ Repository: second-hand-mobile-shop
เลือก Public และติ๊กถูกที่ Add a README file
เครื่องมือนี้จะช่วยเปลี่ยน "มือใหม่" ให้เป็น "ผู้ออกแบบระบบ" (Orchestrator) [1]
1. เปิดโปรแกรม Google Antigravity ที่ติดตั้งไว้
2. เลือกเมนู "Create New Workspace" [6]
3. ตั้งชื่อ Workspace ว่า Mobile Shop MVP
*Workspace คือพื้นที่ทำงานดิจิทัลที่เราจะใช้ตลอดเวิร์กชอปนี้*
เราจะให้ AI Agent เข้ามาทำงานใน "บ้าน" ที่เราสร้างไว้บน GitHub
second-hand-mobile-shop ที่เราเพิ่งสร้างขึ้นมี Repository ชื่อ 'second-hand-mobile-shop' พร้อมไฟล์ README.md
Workspace ถูกสร้างแล้ว และมีแถบสีเขียวแสดงสถานะการเชื่อมต่อ GitHub
"ยินดีด้วย! คุณได้สร้างพื้นฐานของระบบขายมือถือสำเร็จแล้ว"
เมื่อมี "บ้าน" และ "เครื่องมือ" แล้ว
เราจะเริ่ม "ออกแบบสถาปัตยกรรม" และ "ข้อตกลงการรับส่งข้อมูล" (API Contract)
พบกันในช่วงถัดไป: 13:30 - 14:30 น.
ช่วงที่ 2: วางแผนพิมพ์เขียวของข้อมูลและข้อตกลงการสื่อสาร (60 นาที)
AI จะทำงานได้แม่นยำขึ้น หากเราออกแบบโครงสร้างข้อมูลให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น [3]
กำหนด Foreign Keys และความสัมพันธ์ (One-to-Many, Many-to-Many) ให้ชัดเจนเพื่อให้ AI เขียน Join Query ได้ถูกต้อง
ระบุประเภทข้อมูล (Field Types) และคำอธิบาย (Help Text) เพื่อให้ AI รู้ว่าฟิลด์นี้ใช้ทำอะไร
"การเชื่อมโยง phone_id ทำให้ AI รู้ว่าคำสั่งซื้อนี้เป็นของสินค้าชิ้นไหน" [1]
คือ "ข้อตกลง" ระหว่าง Backend (Django) และ Frontend (React) ว่าจะคุยกันด้วยภาษาอะไร [1, 4]
POST /api/orders/
{
"phone_id": 1,
"customer_name": "Somsak",
"contact": "081-xxx-xxxx"
}
201 Created
{
"order_id": 101,
"status": "Success",
"message": "บันทึกคำสั่งซื้อเรียบร้อย"
}
อย่าเพิ่งสั่งให้สร้าง ให้สั่งให้ "คิด" และ "วิจารณ์" ก่อน [2]
"นี่คือโครงสร้างฐานข้อมูลสำหรับระบบขายมือถือมือสองที่ฉันคิดไว้ (ส่ง Schema ให้ดู) คุณเห็นจุดอ่อนหรือความเสี่ยงในเชิงความปลอดภัยและประสิทธิภาพไหม? ช่วยเสนอแนะการปรับปรุงก่อนที่เราจะเริ่มสร้าง Implementation Plan"
"การทำแบบนี้ช่วยป้องกันปัญหา Technical Debt ได้ตั้งแต่บรรทัดแรก" [1]
ใช้ Antigravity ร่วมกับ AI เพื่อสรุปพิมพ์เขียวข้อมูล
ระบุ Model ที่ต้องใช้ (MobilePhone, Order, etc.)
กำหนด API Endpoints หลักที่ Frontend ต้องใช้
ให้ AI สร้าง **ER Diagram** หรือคำอธิบายโครงสร้างไฟล์
✅ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าและคำสั่งซื้อ
✅ มีโครงสร้าง JSON สำหรับรับส่งข้อมูลในหัว
✅ AI ยอมรับว่าสถาปัตยกรรมนี้สมเหตุสมผล
ลำดับถัดไป (14:45): การเขียน Technical Spec 7 องค์ประกอบ
เพื่อเริ่มรันโครงการจริง!
ช่วงที่ 3: การเขียน Technical Spec 7 องค์ประกอบและการเริ่มต้นโครงการ (75 นาที)
หากคำสั่งไม่ชัดเจน AI จะ "เดา" และนั่นคือบ่อเกิดของความล้มเหลว
สถิติพบว่า 89.1% ของโค้ด AI มี "Code Smells" และ 24.2% ของปัญหานั้นจะตกค้างอยู่ในระบบหากไม่มี Spec คุมคุณภาพ [1-3]
การเขียน Spec 7 องค์ประกอบช่วยให้ AI สร้างโค้ดได้แม่นยำ 100% ลดเวลาการแก้ไขงานลง 3-10 เท่า [1]
"สร้างเว็บแอปพลิเคชันเพื่อจัดการคำสั่งซื้อสินค้ามือถือมือสอง ลดภาระงานเอกสารของพนักงานขาย"
ตาราง MobilePhone เชื่อมโยงกับ CustomerOrder แบบ One-to-Many
ระบุตรรกะทางธุรกิจ (Business Logic) ให้ชัดเจน
"เมื่อลูกค้ากดปุ่ม 'สั่งซื้อ' และกรอกข้อมูลครบถ้วน ระบบต้องตรวจสอบสถานะสินค้า หากยังเป็น 'Available' ให้บันทึกคำสั่งซื้อและเปลี่ยนสถานะสินค้าเป็น 'Sold' ทันที"
*คำสั่งที่ระบุเป็นลำดับขั้นตอน (Step-by-step) จะช่วยให้ AI ไม่พลาดจุดสำคัญ*
สร้างรั้วกั้นไม่ให้ AI เขียนโค้ดนอกลู่นอกทาง
# Mobile Shop Rules
- ใช้ Django REST Framework สำหรับ API เท่านั้น
- ห้ามใส่ข้อมูลลับ (Secrets) ในโค้ด ให้ใช้ .env
- โค้ด React ต้องเป็นแบบ Functional Component
- ตรวจสอบความปลอดภัยจาก SQL Injection ทุกครั้ง [2, 4]
จะรู้ได้อย่างไรว่า AI ทำงานสำเร็จ?
สามารถดึงรายการมือถือจาก Backend มาแสดงที่หน้า React ได้
กดสั่งซื้อแล้วข้อมูลบันทึกลงฐานข้อมูล SQLite สำเร็จ
นำ Spec 7 องค์ประกอบส่งให้ Antigravity
1. คัดลอก Spec ทั้งหมดที่เขียนไว้
2. ใน Antigravity Chat ให้ใช้คำสั่ง: "ช่วยสร้าง Implementation Plan สำหรับโปรเจกต์นี้จาก Spec ที่ฉันให้"
3. สำคัญ: ตรวจสอบแผนที่ AI เสนอมาทีละข้อก่อนกดปุ่มอนุมัติให้เริ่มเขียนโค้ด [1, 2]
python manage.py runserver เพื่อดูผลลัพธ์จริง
พรุ่งนี้เราจะเข้าสู่ **Phase 2: Fullstack Development**
พัฒนาฟีเจอร์จองสินค้าให้สมบูรณ์และเชื่อมต่อ Django เข้ากับ React [2, 5]